วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ผิดบ้าง แพ้บ้าง

เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะดีกว่าเดิมได้ ...คำ ๆนี้หลายคนคุ้นหูและผ่านตาเป็นประจำ แม้เราจะรู้ว่ามันทำได้จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถทำชีวิตให้ดีกว่าเดิมได้ เพราะความสำเร็จ ต้องมีทั้งโอกาส ความพร้อมของตัวเอง และเวลาที่เหมาะสม...


การคาดหวังมากเกินไปทำให้เราผิดหวัง หลายครั้งที่ความผิดพลาดทำให้เราขยาดที่จะเริ่มต้นใหม่ 
การโทษตัวเองซ้ำๆ ไม่ดี แต่ควรโทษตัวเองและยอมรับผิดบ้างจะดีกว่า ความเจ็บปวด ผิดหวังบางครั้งมันก็สอนให้เราได้เรียนรู้ และปรับปรุงในสิ่งที่ผิดพลาดเพื่อสิ่งเริ่มต้นใหม่ ที่สำคัญคือได้ฝึกลดอัตตาในตัวเอง

คำพูด toxic ที่มาจากคนอื่นแย่แค่ไหนก็ยังไม่เท่าเราคิด toxic กับตัวเอง เมื่อเราแย่ ท้อแท้ คนอื่นให้ได้แค่กำลังใจแต่..คนที่จะตัดสินใจว่าจะลุกขึ้นสู้ หรือ ยอมแพ้ คือตัวเราเอง


มนุษย์ต้องผิดบ้าง แพ้บ้าง ขอโทษก่อนบ้าง ยอมรับบ้างว่าเราไม่ได้เก่งไปทุกอย่าง คนที่ถูกทุกอย่างไม่มีในโลกนี้ แม้เรื่องเดียวกันยังมองต่างมุมกันได้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ อย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล หรือบางครั้งก็เหมือนจะยอมรับความผิดพลาดแต่มีข้ออ้างให้ความผิดพลาดนั้นเสมอ เพราะจริงๆแล้วคุณอาย และขี้ขลาดเกินไปที่จะยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเอง คนที่ยอมขอโทษก่อนไม่ใช่คนที่น่าอาย แต่เป็นคนที่กล้าหาญที่สุด


ถ้าคุณเก่งทุกอย่างได้ทุกอย่างในโลกนี้ คุณคงไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณได้มามันมีค่าแค่ไหน แล้วคุณจะมีความรู้สึกไว้ทำไม ความรู้สึกเป็น feel ที่วิเศษมากๆ เราจะดีขึ้น หรือ แย่ลง ดีใจ หรือเสียใจ ความรู้สึกนี่แนะที่นำพาเราไปในทุกๆ moment นั้นอย่างสวยงามตามบบริบทของแต่ละสถานการณ์ ถ้าไม่มีความรู้สึกเราก็คงเป็นแค่เศษเหล็กที่ action ตามคำสั่งอย่างไร้ชีวิต 


กฏของจักรวาลได้จัดวางทุกอย่างไว้แล้ว ทุกคนจะไม่ได้ทุกอย่าง..เพื่อความสมดุลและเกื้อกูลกันนั้นเอง




photo credit by : istockphoto
  

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2565

ทำไมยิ่งรัก...ยิ่งเจ็บปวด

เมื่อความรักมาถึงทางตัน หลายๆอย่างที่เคยเข้าใจที่ผ่านมากลับเป็นแค่ความเข้าใจผิด..คำสัญญาที่เคยให้กันในวันแต่งงานกลายเป็นเพียงแค่ลมปาก...

เชื่อว่าหลายๆคู่ก็ต้องเคยเจอกับเรื่องราวเหล่านี้...หลายคู่ผ่านไปได้เพราะลด ego และทบทวนตัวเอง แต่ก็มีหลายคู่ก็ต้องจบลงอย่างน่าเสียดาย...ความรักคืออะไรทำไมช่วงแรกมันช่างหอมหวานเป็นพลังบวกเป็นแรงผลักให้กันและกันได้ยิ่งใหญ่เหลือเกิน...แต่ทำไมยิ่งรักกัน รักนั้นยิ่งเจ็บปวด


เมื่อรัก...เรามักคาดหวัง ก่อนจะรัก....เราคาดหวังชายในฝัน หญิงในฝัน ต้องเข้าใจเรา อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ต้องอยู่ข้างเราเสมอ ต้องๆๆ... แต่ในความเป็นจริงแล้วมนุษย์ทุกคนมีความเป็นตัวเองและอยากมีพื่นที่เป็นของตัวเอง มีมุมมองและความเชื่อของตัวเองมากน้อยต่างกัน และที่สำคัญเราทุกคนมีมุม Dark ที่ซ่อนไว้ในใจ อาจเป็นปมในวัยเด็ก สิ่งแวดล้อมที่เคยเจอและอาจเคยถูกกระทำมา มีวิธีเอาตัวรอดในแบบตัวเอง มีวิธีปกป้องตัวเองต่างกัน เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกไม่ศรัทธากับสิ่งนั้นแล้ว ความเป็นตัวเราก็จะ action ทันทีทั้งทีรู้ตัวและไม่รู้ตัว จนทำให้หลายครั้งความรักเราเป็นสีดำ

เมื่อความรักจืดจาง...ความเป็นตัวเองจึงเผยออกมาทำให้...หลายคู่รับไม่ได้กับสิ่งปกติ..ที่เปลี่ยนไป แม้เราจะรู้ว่าทุกคนมีความเป็นอัตตาตัวตน แต่เราก็จะเพิกเฉยกับมันในบางครั้ง..ถ้าเราอยู่ในช่วงเวลาของความรัก แต่เมื่อหมดรักเราจะเข้าใจมุมนี้มากขึ้นเอง

เวลาทะเลาะกัน คนที่รักกัน "จะขอโทษกัน" คนที่หมดรักกัน "จะโทษกัน" มันคือความจริงที่เราต้องยอมรับมันให้ได้ จริงๆแล้วความรักแปลสภาพเป็นได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรักแบบคู่รัก รักแบบสงสาร รักแบบเพื่อน ล้วนแต่เป็นรูปแบบการรักทั้งนั้น หากเราไม่ยึดติดกับการรักแบบคู่รักจนเกินไป วันใดที่เราไม่สามารถ keep ความรักนั้นต่อไปได้ เราก็แค่เปลี่ยนรูปแบบมัน 

จงรักกันในวันที่เรายังมีลมหายใจ จงบอกรักกันในวันที่เรายังมีโอกาส ถ้าสิ้นลมหายใจแล้วก็ไม่มีใครได้ยินความรู้สึกนั้นแล้ว ... ทุกๆวันอาจไม่ใช่วันที่ดี แต่ในทุกๆวันคือการได้เริ่มต้นใหม่และได้มีโอกาสในการแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดได้เสมอ


photo credit by : istockphoto

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2565

ฉันอยากมีความสุข

เคยคิดไหม...ทำไมเราถึงไม่โชคดีเหมือนคนอื่น ทำไมเราไม่ได้รับโอกาสดี ๆ ทำไมเราไม่รวยเหมือนคนอื่น ทำไมเราไม่ได้ทำงานดี ๆ มีหัวหน้าดี ๆ มีเพื่อนที่ดี มีแฟนดี ๆ และอีกหลายๆอย่าง ที่เราอยากได้อยากเป็นถ้าเรามองให้ลึกลงไปในความต้องการนั้น ๆ เราจะรู้ว่าสุขหรือไม่สุขมันขึ้นอยู่กับมุมมองของเราที่เลือกจะให้น้ำหนักกับเรื่องนั้น ๆ มากกว่าจริงไหม? จริง ๆ แล้วเราแค่ไม่สมปรารถนาเราจึงคิดว่าเราโชคร้าย และไม่มีความสุขเท่าคนอื่น

เราจึงเรียนรู้และคุ้นเคยว่าถ้าเราอยากได้ในสิ่งที่ปรารถนาอยากมีความสุข เราต้องฝึกฝน ต้องเรียนรู้เพิ่มความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ เพื่อให้เราใกล้ความน่าจะเป็นที่เราปรารถนาที่สุด จริง ๆ แล้วก็เป็นวิธีที่ถูกที่สุดแต่ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าเราจะสมปรารถนาได้ 100%  เพราะไม่มีใครในโลกนี้จะสมหวังดังปรารถนาทุกอย่างจริงไหมแต่มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นคือการลดความคาดหวังซึ่งเป็นวิธีที่พูดง่าย แต่ทำยาก เพราะมนุษย์ถูกสร้างมาให้มีสังคม ให้ถูกยอมรับ บางคนพยายามมาก ๆก็สมหวังได้ บางคนไม่ต้องพยายามก็สมหวัง ไม่มีกฎตายตัว บางครั้งเราทำดีกับใคร ก็ไม่ได้การันตีว่าเขาจะดีกลับมาหาเราทุกคนหรอกจริงไหม ? ถึงมีคำว่าทำคุณคนไม่ขึ้น

เราลองถามตัวเองก่อนว่าถ้ามีคนมาดีกับเราหลายคนเราจะดีกลับไปทุกคนไหม? ในความเป็นจริงเราทุกคนอยากมีสิทธิ์เลือกที่จะรักใคร ดีกับใคร หรือเฉยๆกับใครเช่นกัน จริงไหม? แต่ก็ไม่ควรเป็นเงื่อนไขที่เราจะต้องเอาไปใช้กับคนอื่นนะเราควรฝึกจิตให้มีเมตตาเป็นพื้นฐานดีที่สุด ทุกคนมีความเป็นปัจเจกของตัวเอง ทุกคนมีความเป็นตัวเองแม้กระทั่งตัวเราเอง แต่ก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่เราก็ทำไม่ได้แต่เราก็ต้องการสิ่งนี้จากคนอื่น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เช่นกัน

การตระหนักเสมอว่าเราควบคุมบางอย่างได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ส่วนปัจจัยภายนอกเราควบคุมไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้คือทำให้มันใกล้ความน่าจะเป็นที่สุดเท่านั้น เช่น ทำตัวให้มีค่าให้ผู้ชายที่เราชอบเลือกเรา หรือ ดูแลสุขภาพดีจะได้ไม่เป็นมะเร็ง แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าเราจะไม่เป็นมะเร็งถูกไหม ? ถ้าเราเข้าใจโลกตามความเป็นจริงว่าเราไม่ได้เก่งกาจไปกว่าคนอื่นเรายังต้องเรียนรู้ เราต้องเคารพคนอื่นให้พอๆกับที่เราอยากให้คนอื่นเคารพเรา เมื่อเราคิดได้แบบนี้เราก็จะถ่อมตัวมากขึ้นตัวเราจะเล็กลงและยอมรับคนอื่นใด้มากขึ้น เบียดเบียนคนอื่นน้อยลง คาดหวังกับตัวเองและคนอื่นน้อยลง เราจะเป็นอิสระจากปัจจัยภายนอก และทุกข์น้อยลง มีความสุขมากขึ้นเพราะไม่เอาความสุขหรือความคาดหวังของเราไปผูกไว้ที่ใครคนใดคนหนึ่ง 

เมื่อคุณมีความทุกข์มากพอ คุณจะเริ่มกลับมาหาตัวเองมากขึ้น ฟังเสียงตัวเองมากขึ้นและรักตัวเองมากขึ้นประสบการณ์เกิดจากการเจอเหตุการณ์จริงได้คิดและแก้ปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่การเห็น การอ่าน การฟังหรืออยู่กับสิ่งแวดล้อมนั้น ๆ นาน ๆ เมื่อคุณได้ฝึกคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเองซ้ำ ๆ ปัญหาจะตกผลึก ถูกกลั่นกรอง และเข้าใจว่าทุกข์นั้นเป็นเรื่องปกติ สุขนั้นก็เป็นเรื่องปกติ เหมือนดวงอาทิตย์ที่ต้องขึ้นทิศตะวันออกทุกวัน เมื่อไหร่ที่เราเข้าใจแบบนี้ ความทุกข์ก็เป็นเรื่องปกติ คุณจะเป็นอิสระจากความคิดทั้งเชิงบวกและเชิงลบ


ยิ่งอยากเข้าใจความทุกข์เท่าไหร่ก็ยิ่งจมดิ่งในทุกข์นั้น บางคนเกิดปัญญาจากความทุกข์ บางคนทุกข์หนักกว่าเดิม เพราะกำลังหาเหตุผลกับสิ่งที่เป็นปกติที่คุณคิดว่ามันไม่ปกติ แต่เมื่อไหร่ที่เราเข้าใจ จะไม่รู้สึกอะไรเลยไม่ใช่การเพิกเฉยต่อปัญหาแต่เป็นการยอมรับว่า..ตลอดไปไม่มีจริงและทุกอย่างก็เป็นเช่นนั้นแล...มีเหตุถึงมีผล บางอย่างก็ไม่มีเหตุผลเป็นเรื่องปกติ ถ้าทำดีที่สุดแล้วก็แค่ยอมรับมัน

สุดท้ายเราทุกคนรวมถึงผู้เขียนด้วยควร Balance ทั้งทุกข์และสุขให้พอดี ไม่หวังอะไรเลยก็ไม่ได้ หวังมากไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเพราะเราจะผิดหวังแน่นอน.. เพราะความสุขที่แท้จริงคือความเข้าใจว่าไม่ว่าจะเป็นความสุข หรือ ความผิดหวัง มันเป็นเรื่องปกติของทุกชีวิตที่ต้องพบเจอเพราะความสุขอยู่ที่มุมมองของคุณเอง.


photo credit by : istockphoto

วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

คำว่าตลอดไป...ไม่มีอยู่จริง

ไม่มีรักไหนจะดีทุกวัน..เจอกันเพราะวาสนา จากกันเพราะโชคชะตา เมื่อยังมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันก็ให้ถนุถนอมจิตใจกัน เพราะเราไม่รู้หรอกว่า เราจะจากกันวันไหน ไม่มีความสัมพันธ์ไหนจะไม่มีเรื่องผิดใจกันเลย มาก-น้อย ขึ้นอยู่กับบริบท ของความสัมพันธ์นั้นๆ เมื่อเราเป็นผู้ถูกรัก หรือได้รัก นั้นคือโชคดีอย่างหนึ่งของชีวิตแล้ว..


อย่าคาดหวังให้ใครมาเข้าใจ อย่าเฝ้าฝันหารักที่เข้าใจเรา ไม่มีใครเข้าใจเราได้ทั้งหมด แม้แต่ตัวเราเองบางครั้งก็ไม่ได้ดั่งใจตัวเอง เมื่อยังไม่มีรัก หลายคนอยากมีรักมากมายเพราะเฝ้าฝันจินตนาการถึงคนที่เราคาดหวัง หลายคนจึงโหยหาความรัก แต่เมื่อได้รักมาแล้วถึงรู้ว่า คนที่เราเฝ้าฝันมันไม่มีจริง คนๆหนึ่งสามารถเป็นคนที่เรารักได้อย่างสุดหัวใจและเป็นคนที่เราเกลียดได้จนตาย ความรักคือการยอมรับในความต่างของกันและกัน ปิดหู ปิดตาบ้าง เพราะไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ความรักที่ยึดยาวคือรักที่ไม่คาดหวังกันและกัน แต่รู้หน้าที่ของตัวเอง ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน หวังดีต่อกัน

เมื่อรักถึงทางตัน..ให้ยอมรับและให้เกียรติในการตัดสินใจของกันและกัน การสูญเสียอาจทำให้ได้พื้นที่ว่างสำหรับหัวใจได้ผ่อนคลาย ได้รีเซ็ตตัวเองก็น่าจะคุ้มค่ากว่าการทนอยู่กับรักที่ไม่เหมือนเดิม ความสุขของเราอย่าเอาไปผูกไว้กับใคร ไม่มีเขาเราไม่มีความสุข ไม่มีเขาเราไปต่อไม่ได้ นั่นไม่ใช่วิถีของคนมีปัญญา เลิกลาไปแล้วรักกันแบบเพื่อนก็ได้ ไม่คาดหวังดีที่สุด ยินดีกับสิ่งที่เสียไป ยอมรับกับสิ่งที่ได้มา เปลี่ยนมุมมองกับทุกข์บ้าง เช่น การไม่มีแฟนก็ทำให้เราไปไหนได้อิสระมากขึ้นนะ ความทุกข์อาจไม่หายไป แต่มันจะลดลง ถ้าเราเคยปลอบใจใครสักคนลองใช้วิธีนี้ปลอบใจตัวเองบ้าง กอดตัวเองบ้าง ให้โอกาสตัวเองมีความสุขบ้าง ใจดีกับตัวเองบ้าง อย่ามีเงื่อนไขกับตัวเองเยอะเลย มันเหนื่อย ชีวิตนี้ไม่สั้น ไม่ยาวนักหรอก มีความสุขกับเงื่อนไขที่เรามีดีกว่าเพราะคำว่าตลอดไป..ไม่มีอยู่จริง...


photo credit by : istockphoto


 

วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2565

ใจดีกับตัวเอง..บ้าง

เมื่อยังมีความฝัน...เราทุกคนก็ยังต้องต่อสู้สร้างฝันของตัวเองและคนที่รัก หลายครั้งเราเดินตามฝันจนลืมสนใจตัวเอง ลืมว่าเราต้องมีเวลาคุยกับตัวเองบ้าง พาตัวเองไปผ่อนคลายบ้าง เพราะถ้าทุกอย่างมันโหดร้ายแล้วเราไม่ใจดีกับตัวเองเราจะไม่เหลือใครที่รักเราเลย โลกนี้ไม่ได้สวยงามเสมอไป...จงรู้จักใจดีกับตัวเองบ้าง อย่าเข้มงวดกับตัวเองมากไป จนไม่เหลือความอ่อนโยนให้หัวใจตัวเองเลย


ความสุขทางใจเป็นความสุขที่ละเอียด สงบ อ่อนโยน และลึกซึ้ง แต่ความสุขทางกายเป็นความสุขที่หยาบ ฉาบฉวย ร้อนแรงและมีแรงดึงดูด ไม่มีใครไม่เคยเจอความทุกข์ และไม่มีใครไม่เคยเจอความสุข รอบตัวเราเป็นได้ทั้งความทุกข์และความสุขเสมอ แค่ได้ยินเสียงน้ำไหล นกร้อง ก็สดชื่นแล้ว ได้ทานน้ำเย็นๆสักแก้วเวลาเหนือยๆก็สุขแล้วจริงไหม? สุขหรือทุกข์ความจริงแล้วอยู่ที่เราคิด และให้ค่ากับเหตุการณ์นั้นๆ ทุกอย่างดำเนินไปตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น มีเหตุถึงมีผล มีควันถึงมีไฟ ฉันใด..ก็ฉันนั้น.. ทุกคนต้องเจอความผิดหวัง เสียใจ เป็นเรื่องธรรมดา จงเรียนรู้จากความผิดพลาดแล้วเริ่มต้นใหม่แม้ต้องคลานไป ถ้าใจอยากสำเร็จคุณจะสำเร็จอย่างน้อยคุณชนะใจตัวเองแน่นอน การชนะใดเล่าจะเท่าชนะใจตน จงหยุดฟังคำวิจารย์บ้างเพื่อนำมาปรับปรุงตัวเองไปในทางบวก การยอมลด Ego ตัวเองลงมาบ้างยอมเป็นคนผิดพลาดบ้างไม่ได้หมายความว่าคุณแย่หรือด้อยไปกว่าใคร แต่นั้นแสดงถึงความมีวุฒิภาวะในจิตใจ ที่เข้มแข็งและกว้างใหญ่ของคุณต่างหาก ต้นไม้ใหญ่ย่อมโน้มกิ่งลงมาปกคลุมพืชเล็กๆ มีนกมาทำรัง เป็นการให้และพึ่งพากัน ถ้าเป็นต้นไม้ใหญ่แต่ไม่โน้มลงมาหาดินก็คงเป็นต้นไม้ที่สูงใหญ่อย่างเดียวไร้ซึ่งประโยชน์ใดๆนอกจากตัวเอง คล้ายคนที่มีอำนาจที่ไร้ซึ่งบริวารและคนสนับสนุน.


ความทุกข์เป็นห้องเรียนชั้นดีสำหรับผู้ที่ทีสติ มีปัญญาเพื่อคิดทบทวนและพร้อมแก้ไขให้ดีขึ้น การเอาชนะความทุกข์ก็แค่เปลี่ยนมุมมองไปในทางบวก เช่น การตกงานก็ดีนะ เราจะได้มีพักผ่อน ได้ตื่นสายบ้าง ได้ชาร์ตแบต แล้วเริ่มต้นใหม่ ถามว่าคิดแบบนี้แล้วเรายังตกงานอยู้ไหม? ก็ยังตกงานอยู่...
เมื่อมุมมองของเราเปลี่ยนไปความทุกข์ของเราก็น้อยลงนั้นเอง..
ถ้าจมอยู่กับความทุกข์ไม่ว่างเว้นพลังในตัวคุณก็จะพาคุณดำดิ่งไปสู่สิ่งนั้น คนดีดีโอกาสดีดีก็ยากที่จะเข้ามา..จงรักและศรัทธาในตัวเอง..พลังดีดีในตัวคุณพร้อมจะพาคุณไปพบโอกาสดีดีเสมอ..ตะวันขึ้นแล้วก็ต้องลงเสมอ แต่กลางคืนยังมีดวงจันทร์ที่ส่องสว่าง...เพราะคำว่าตลอดไปนั้น..ไม่มี.


photo credit by : istockphoto


วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2565

ความฝัน...ไม่เคยหลับ

หนูโตขึ้นอยากเป็นอะไร?..บ่อยครั้งที่เราถูกถามด้วยคำถามแบบนี้จากคนรอบข้างหรือคุณครูในวัยเด็ก..เสียงนั้นยังก้องอยู่ในใจและรู้สึกกระตือรือร้นทุกครั้งที่ได้ยินคำเหล่านี้ ราวกับว่ามันคือความจริง....เมื่อเราเติบโตจึงรู้ว่าความฝันเริ่มเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมที่เราอยู่ ที่เราได้เห็นและได้สัมผัส เมื่อเราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น ความฝันเราอาจจะปนเปื้อนไปด้วยความเป็นจริงและแปรสภาพให้เป็นจริงได้ตามความจริงที่สามารถเอื้อมถึงได้ ณ สถานการณ์นั้นๆ


อย่าผิดหวัง หรือเสียใจ หากคุณกิดมาในครอบครัวที่ยากจน จงตระหนักเสมอว่าเราเลือกเกิดไม่ได้ ถ้าเลือกได้ทุกคนอยากเกิดมาในครอบครัวที่เพียบพร้อม เมื่อเราเลือกไม่ได้..จงทำให้ครอบครัวนี้ร่ำรวยขึ้นมาได้เพราะตัวคุณ!!!!


เชื่อเหลือเกินว่า ใครที่ยังจดจำความรู้สึกของความฝันในวัยเด็กได้ และยังสามารถดึงความรู้สึกนั้นออกมาเป็นพลังงานบวกเพื่อขับเคลื่อนความฝันในความเป็นจริงให้สำเร็จได้ คนนั้นย่อมสำเร็จในสิ่งที่หวังได้ไม่ยาก ทุกคนมีความเป็นเด็กในตัวเอง บางครั้งเราควรจะปล่อยวางและลดกฏเกณฑ์ของผู้ใหญ่ลงมาบ้าง..เพื่อผ่อนคลาย ดึงความเป็นเด็กที่มีแต่ความสนุกสนานมองโลกในแง่ดี ไม่มีอิจฉาริษยา มีแต่ความกระตือรือร้น สุขกับอะไรง่ายๆ ยิ้ม+หัวเราะกับสิ่งรอบข้างง่ายๆ ให้อภัยง่ายๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยนำเราไปสู่สิ่งที่ดีกว่า..เป็นทางลัดที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จ  เมื่อเราทำด้วยใจที่สนุกสนาน พร้อมเรียนรู้ตลอดเวลาไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว ลงมือทำสม่ำเสมอ มันจะลดความกดดันประสิทธิภาพและพรสวรรค์ในตัวตนเราจะแสดงออกมาในแบบสร้างสรรค์ และขับเคลื่อนเราไปสู่ความสำเร็จได้ไม่ยากเลย ถ้าฝันนั้นใหญ่เกินตัว อาจสำเร็จช้า หรือไม่สำเร็จ อย่างน้อยเราก็ได้ลงมือทำเต็มที่แล้ว จงท่องและยอมรับเสมอว่าไม่มีใครในโลกนี้ได้ทุกอย่างอย่างที่หวัง 

หากเราได้ทุกสิ่งดั่งใจคิด ชั่วชีวิตจะเอาของกองที่ไหน 

ได้บ้างเสียบ้างช่างประไร เราตั้งใจทำดี แค่นี้พอ.. 


หากหนึ่งชีวิตเกิดมาเพื่อ..ตั้งอยู่แล้วดับไป เป็นสัจธรรม จะดีกว่าไหม?? หากการเกิดมาของคุณ..ได้สร้างความดีความสำเร็จไว้ให้ลูกหลาน ให้กับเพื่อนร่วมโลก ให้กับประเทศชาตินี้ การเกิดมานั้นคงมีความหมายและมีคุณค่าที่น่าจดจำมากมาย...จริงอยู่ความฝันของคนเราต่างกันบางคนเกิดมาไม่ได้ต้องการสร้างวัตถุมากมายแต่ต้องการพบความสงบสุขในตัวเองเท่านั้น ก็...อยู่ที่คุณเลือกว่าจะทำชีวิตให้เป็นในแบบไหน 
หากความฝันของคุณไม่เคยหลับ..บ้านแห่งความสำเร็จยังรอคุณอยู่เสมอถ้าคุณกล้าพอที่จะไขว่คว้ามัน.


photo credit by : istockphoto


วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ใกล้กัน...จนดูแคลน

เคยไหม..? พูดไม่ค่อยดีกับคนในครอบครัว กับคนรัก กับคนที่เราสนิทมากๆ แล้วบ่อยไหม...?     ที่เราคุยดี และเกรงใจกับคนไม่ใช่คนในครอบครัวเรา ไม่ใช่คนรักเรา เราไม่สนิทด้วย ด้วยมารยาททางสังคมทำให้เราต้องแสดงออกแบบสุภาพต่อคนอื่นเสมอ แต่เราคงไม่ได้รักและจริงใจกับเขาเหล่านั้นเท่ากับคนในครอบครัวของเราหรอก..จริงไหม ? แล้วทำไมหลายครั้งเราไม่พูดดีดี กับคนที่เรารักและรักเราล่ะ?


เมื่อเจอคนอื่นเราจะสุภาพไว้ก่อน แต่..คนในครอบครัวคนที่รักเรา เรากลับไม่อยากสุภาพไม่อยากเกรงใจเลย คงเพราะความใกล้ชิดกัน รู้ข้อดี-ข้อเสียของกันและกันหมดแล้ว จึงไม่ต้องเกรงใจจะทำอะไรก็จะทำ จะพูดอะไรก็จะพูด เป็นตัวของตัวเองชอบก็บอกชอบไม่ชอบก็บอกตรงๆไม่ต้องห่วงความรู้สึกของกันและกัน หลายครั้งความเคยชินทำให้เราละเลยสิ่งที่สำคัญที่สุดไป...ลืมหรือยังว่าทุกครั้งที่เราเจอปัญหา หลายครั้งที่เราทุกข์ คนแรกที่จะยังอยู่เคียงข้างเราคือคนที่รักเรา คนในครอบครัวของเรา แม้เงินในบัญชีของคุณจะเหลือแค่หลักสิบ เขาก็จะยังรักและอยู่เคียงข้างคุณ หลายคนมักอยากได้วัตถุสิ่งของเพื่อเชิดหน้าชูตา เพื่ออวดคนที่ไม่ได้รักเรา แต่รู้ไหมว่าคนที่เขารักเราใส่เสื้อยึด-กางเกงยีนส์เขาก็รักเรา ในมุมของความรัก บางคู่คบกันมานานมากพอแต่งงานกลับไม่สามารถครองรักกันแบบสามี-ภรรยาได้ เพราะคบกันนานไป ก็ใกล้กันจนดูแคลน เริ่มไม่ให้เกียรติกัน ไม่เห็นค่ากัน ไม่เกรงใจกัน พูดกินใจกันหลายๆครั้งจนต้องเลิกลากันไป..

ความรัก..คือธรรมชาติ คือความใส่ใจ เข้าใจ+ให้เกรียติกัน ส่งเสริมกัน หัวเราะและร้องให้ไปด้วยกัน และมีที่ว่างให้กันและกัน เพราะความรักคือความจริงไม่ใช่ความฝันไม่มีรักไหนจะดีได้ทุกวัน...อย่าใกล้กันจนดูแคลน จงใกล้กันเพื่อเรียนรู้ที่จะรักกันในทุกๆวันที่ยังมีลมหายใจ...


photo credit by : istockphoto


ผิดบ้าง แพ้บ้าง

เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะดีกว่าเดิมได้ ...คำ ๆนี้หลายคนคุ้นหูและผ่านตาเป็นประจำ แม้เราจะรู้ว่ามันทำได้จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถท...